การเลือกซื้อที่นอนให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ

 

โดยส่วนใหญ่ผู้สูงอายุจะมีอาการปวดหลัง เนื่องจากเกิดการเสื่อมไปตามวัยของกระดูกสันหลังและข้อต่อ จึงมักเห็นผู้สูงอายุหลังคด หรือ งอ ปวดร้าวลงขา ซึ่งนับวันคนไทยจะมีอายุที่ยืนยาวขึ้น  โดยปัจจุบันคนที่มีอายุมากกว่า 60 ปี  คิดเป็น 9-10%ของประชากร หรือประมาณ 6-7 ล้านคน  ต้องมีการเสื่อมของกระดูกสันหลังเกิดขึ้น  อาจมีอาการบิดเบี้ยวของกระดูกสันหลัง โก่ง คด งอ เลื่อนไปด้านหน้า ด้านข้าง หรือบริเวณบั้นเอว เป็นต้น การนอนหลับโดยนอนบนที่นอนที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังของผู้สูงอายุได้ โดยวิธีการเลือกซื้อที่นอนที่เหมาะกับผู้สูงอายุมีดังนี้

ความหนาของที่นอน

ความหนาของที่นอนแบ่งตามประเภทของวัสดุที่ใช้ทำที่นอนเป็นหลัก โดยในปัจจุบันที่นอนจะมีความหนาอยู่ระหว่าง 6-12 นิ้ว ซึ่งความหนาที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุนั้นมีวิธีเลือกดังนี้

  1. ถ้าเป็นที่นอนสปริง ควรเลือกที่นอนที่มีความหนามากหน่อยควรมีความหนาของที่นอนเกิน 10 นิ้วขึ้นไป

2.ถ้าเป็นที่นอนยางพารา อาจจะไม่ต้องเน้นที่ความหนามากนักเนื่องจากที่นอนยางพาราถ้ายิ่งหนาจะยิ่งมีน้ำหนักมาก ยากต่อการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน หรือเคลื่อนย้ายทำความสะอาด ดังนั้นความหนาของที่นอนยางพารา ไม่ควรเกิน 8 นิ้ว หรือถ้าที่นอนหนาเกิน 8 นิ้วจะต้องมีน้ำหนักพอที่จะสามารถยกเปลี่ยนผ้าปูที่นอนคนเดียวได้

ที่นอนที่เหมาะกับผู้สูงอายุนั้นจะต้องเน้นที่นอนที่มีความแน่นหรือ Density มากหน่อย โดยแบ่งวิธีการเลือกออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่นอนสปริง และกลุ่มที่ไม่ใช่สปริง โดยมีรายละเอียดดังนี้

ที่นอนสปริง จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ สปริงต่อเนื่อง และสปริงแยกอิสระหรือ Pocket spring

ที่นอนกลุ่มที่ไม่ใช่สปริง

ขนบธรรมเนียมและวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น

ชุด

– เครื่องแต่งกาย

แม้ในอดีตคนญี่ปุ่นจะใส่กิโมโนในชีวิตประจำวันแต่ปัจจุบันคนที่ใส่กิโมโนในชีวิตประจำวันนั้นแทบจะไม่มีเหลืออยู่ ปัจจุบันจะใส่ชุดแบบตะวันตกเป็นส่วนใหญ่

ศาสนา

– ศาสนา

เชื่อกันว่าสำหรับคนญี่ปุ่นแล้วคนที่ยึดถือศาสนาอย่างจริงจังนั้นมีไม่มากนัก การที่คนญี่ปุ่นไปบูชาเทพเจ้าที่ศาลเจ้าบ้าง ไปเคารพศพที่วัดบ้าง แต่ก็ยังนำต้นคริสต์มาสออกมาฉลองในเทศกาลคริสต์มาสด้วยเช่นกันนี้ก็เป็นเรื่องปกติในประเทศญี่ปุ่น

บ้าน

– ที่อยู่อาศัย

เนื่องจากจำนวนประชากรในญี่ปุ่นเมื่อเทียบกับพื้นที่ของประเทศแล้วค่อนข้างเบียดเสียดทำให้ผู้คนในเมืองอย่างโตเกียวหรือโอซาก้าส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในแมนชั่น (คอนโดมิเนียม) หรืออพาร์ตเมนต์ โดยแมนชั่นในเมืองนั้นส่วนใหญ่จะมีค่าเช่าสูง และมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายกันในราคาสูงเช่นกัน แม้ในตัวเมืองจะมีคนอาศัยอยู่ในบ้านสไตล์ญี่ปุ่นไม่มากแต่หากออกไปนอกเมืองหรือตามชนบทแล้วก็ยังพอพบเห็นได้อยู่

schools

– โรงเรียน

การศึกษาขั้นพื้นฐานของญี่ปุ่นประกอบด้วยชั้นประถมศึกษา 6 ปี และชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นอีก 3 ปี รวมเป็น 9 ปี หลังจากนั้นจะเป็นระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายอีก 3 ปี หรือไม่ก็เข้าโรงเรียนเฉพาะทาง มีคนที่เรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย 4 ปี หรือเรียนมหาวิทยาลัยระยะสั้นเช่นกัน นอกจากนี้ภาคการศึกษาใหม่ของญี่ปุ่นจะเริ่มในเดือนเมษายน และจะจัดพิธีจบการศึกษาในเดือนมีนาคม

a0000255_parts_583d4387909a4

– คำพูด

ภาษาทางการของญี่ปุ่น คือ ภาษาญี่ปุ่น แม้ว่าการศึกษาขั้นพื้นฐานจะมีภาษาอังกฤษรวมอยู่ด้วย แต่คนญี่ปุ่นที่ไม่สามารถพูดคุยบทสนทนาง่ายๆ หรือบอกทางให้กับชาวต่างชาติเข้าไปพูดคุยทักทายด้วยก็มีอยู่มากเช่นกัน

ปีใหม่ไปญี่ปุ่น

%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99

เรามาทำความรู้จักกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในเทศกาลปีใหม่ส่งท้ายปีเก่าของคนญี่ปุ่น กันสักเล็กน้อยว่ามีกิจกรรมอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

ในวันที่ 1 ถึงวันที่ 3 หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า “โชวกัตซึซันกะนิจิ”  ชาวญี่ปุ่นจะเริ่มเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันตั้งแต่ในช่วงประมาณกลางเดือนธันวาคม ไปจนถึงกลางเดือนมกราคม และในช่วงเวลานี้ มีกิจกรรมมากมายที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมประเพณี และอุปนิสัย ของคนญี่ปุ่น

หากเมื่อกล่าวถึงอาหารแล้ว สำหรับคนญี่ปุ่นเองสิ่งที่คนญี่ปุ่นนิยมทานกันในคืนวันที่ 31 ธันวาคม เพื่อเป็นการต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึงก็คือ โทชิโคชิโซบะ โดยเป็นสัญญาลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว เพราะมีลักษณะที่เป็นเส้นยาว ชาวญี่ปุ่นจึงมีความเชื่อว่าหากได้รับทานโซบะในวันที่ 31 ธันวาคมแล้ว จะมีอายุยืนยาวเหมือนเส้นของโทชิโคชิโซบะนั้นเอง

และตามสถานที่ต่างๆ อาทิเช่น สวนสนุก ก็มีกิจกรรมต่างๆเพื่อร่วมต้อนรับปีใหม่ด้วย เช่น มีการจุดพลุ การจัดคอนเสิร์ต เพื่อให้ผู้คนได้มาร่วมกันนับถอยหลัง เฉลิมฉลองต้อนรับวันปีใหม่ด้วยกัน ในสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ และนอกจากนี้ รถไฟสายต่างๆ ก็ยังเปิดให้บริการเป็นพิเศษ โดยการเพิ่มเที่ยวรถไฟ และขยายเวลาทำการไปจนถึงเช้าเช่นกัน

ตามศาลเจ้า หรือ วัดชินโตที่ใหญ่ๆ ก็จะแน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่มีมาร่วมฟังการตีระฆังส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่หรือที่เรียกว่า โจยะโนะคะเนะ ตามประเพณีโบราณของญี่ปุ่น พระจะตีระฆังจำนวน 108 ครั้ง ซึ่งถือเป็นการขับไล่สิ่งชั่วร้าย 108 อย่างที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ เมื่อตีครบ 108 ครั้ง ก็ถือว่ากิเลสตัณหา ความโลภต่าง ๆ ที่อยู่ในตัวได้ถูกชำระออกไป พร้อมที่จะต้อนรับวันใหม่ ปีใหม่ด้วยจิตใจที่บริสุทธ์อย่างแท้จริง

และเมื่อเข้าสู่วันที่ 1 มกราคมแล้ว วันแรกของปีซึ่งเรียกว่า กังจิซึ เปรียบเสมือนวันแห่งการเริ่มต้น และต้อนรับสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต ผู้คนก็จะพากันไปทำบุญตามวัด ไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคล และอธิษฐานขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งจะเริ่มทำกันตั้งแต่วันที่ 1 – 3 มกราคม

ในตอนเช้าของวันปีใหม่ หรือที่เรียกว่า กังทัน สมาชิกในครอบครัวจะอยู่กันพร้อมหน้า เพื่อรับประทานอาหารมื้อแรกของปีใหม่ร่วมกัน

10 เมนูอาหารลดความอ้วน อาหารช่วยลดน้ำหนักเร่งด่วน

10

อาหารช่วยลดน้ำหนัก เมนู อาหารลดความอ้วน สำหรับการลดความอ้วน ต้องควบคุมอาหารทั้ง 3 มื้อ โดยให้เน้นอาหารมื้อเช้า และอาหารมื้อกลางวัน ส่วนในมื้อเย็นต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำที่สุด ไม่ใช่เพียงมื้อเย็นเท่านั้นที่ต้องควบคุม เราต้องควบคุมการรับประทานอาหาร 2 มื้อแรกของวันด้วย เพราะจะมีประโยชน์อะไร ถ้าภายใน 3 มื้อ เราควบคุมอาหารแค่ 1 มื้อ, นั้นก็เท่ากับว่า 2 มื้อของเราได้กินให้อ้วนไปแล้ว

การเลือกรับประทานอาหารลดความอ้วน สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักเร่งด่วน

การเลือกรับประทาน อาหารลดความอ้วน เพื่อลดน้ำหนักเร่งด่วน การลดน้ำหนักไม่ยากอย่างที่คิด ยากที่สุดในการลดน้ำหนักของ คือการคิดเมนูที่จะกิน เพราะการกินใช่ไม่ยากใช่ไหมละ  ใน เมนูอาหารลดความอ้วน ต้องไม่เป็นเมนูที่ผ่านการทอด การชุบแป้ง หรือผ่านน้ำมัน ดังนั้น จะต้องเปลี่ยนอาหารเหล่านั้นที่เรากำลังนึกถึง ให้เป็นเมนูต้ม นึ่ง ย่าง จึงจะทำให้เราไดเอท และหุ่นดีได้ผลมากที่สุด

1 . อาหารควบคุมน้ำหนักต้มยำกุ้งน้ำใส

อาหารควบคุมน้ำหนัก ต้มยำกุ้งน้ำใส เมนูอาหารรสแซ๊บ ให้พลังงานแคลอรี่ค่อนข้างต่ำ มีขายตามร้านอาหารมื้อเย็นทั่วๆไป ช่วยลดความอ้วนได้ดี

2.อาหารช่วยลดน้ำหนักยำวุ้นเส้น

อาหารช่วยลดน้ำหนัก ยำวุ้นเส้น อาหารจานโปรดของสาวๆ เหมาะกับคนที่กำลังไดเอท ลดหุ่น ลดน้ำหนัก หรือลดความอ้วน

3.อาหารลดความอ้วนแกงจืดมะระยัดไส้

แกงจืดมะระยัดไส้ เป็นเมนูอาหารที่ไม่ผ่านการทอด ทำให้ลดความอ้วนได้ดี สามารถรับประทานได้ทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อเย็นได้ตามใจชอบ — สูตร ลดน้ำหนัก 3 วัน

4 . อาหารลดความอ้วนต้มเลือดหมู

ต้มเลือดหมู เมนูอาหารลดความอ้วน ที่มีขายตามร้านอาหารทั่วไป สามารถหารับประทานง่าย และเป็นเมนูอาหารลดความอ้วนที่มีแคลอรี่ต่ำ

5 . อาหารลดความอ้วนส้มตำปู

 

ส้มตำปู การรับประทารส้มตำ ไม่ควรรับประทานเป็นอาหารมื้อเช้า ถึงจะทำให้เราลดน้ำหนักลงได้ แต่อาจจะทำให้เราท้องเสีย ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานส้มตำในมื้อเช้า หรือตอนท้องว่าง ให้เลือกรับประทานส้มตำเป็นมื้อเที่ยง หรืออาหารลดความอ้วนมื้อเย็นแทน จึงจะดีที่สุด — อาหารลดน้ำหนัก มื้อเที่ยง

6 . อาหารลดความอ้วนแกงจืดเต้าหู้หมูสับ

แกงจืดเต้าหู้หมูสับอาหารรสชาติจืด มีแคลอรี่ต่ำมาก ถ้ากินเป็นมื้อเย็นทุกวัน ให้หลับตานึกถึงหุ่นดีๆเอาไว้ได้เลย

7 . อาหารลดความอ้วนโจ๊กหมู

โจ๊กหมู เมนูอาหารสำหรับคนป่วย ถ้าอยากลดน้ำหนักก็สามารถรับประทานได้ แต่ไม่ควรเพิ่มไข่ เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับแคลอรี่เพิ่มขึ้นนะจ๊ะ — 7 วัน 7 เมนู อาหารลดความอ้วนมื้อเช้า

8 . อาหารลดความอ้วนก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก

ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก การกินก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก เพื่อลดความอ้วน ควรบอกแม่ครัวว่าไม่เอาเนื้อติดมันเพื่อให้เราสามารถลดน้ำหนัก และลดความอ้วนได้ดีที่สุด

9 . อาหารลดความอ้วนแกงเหลือง

แกงเหลือง เมนูอาหารลดความอ้วนแคลอรี่ต่ำ กินแล้วไม่อ้วนแน่นอน เพราะแกงเหลืองทำจากปลาซึ่งมีไขมันต่ำนั้นเอง — เห็นหลินจือแดง

10 . อาหารลดความอ้วนแกงเห็ดรวม

แกงเห็ดรวม เห็ดอาหารลดความอ้วนได้ดี แถมยังบำรุงสุขภาพให้เราแข็งแรงอีกด้วย — เห็ดอาหารควบคุมน้ำหนัก

สรุปเมนูอาหารลดความอ้วน สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักเร่งด่วน

เมนูอาหารลดความอ้วน สำหรับหลากหลายเมนูอาหารลดความอ้วน สามารถนำไปดัดแปลง เป็นเมนูอื่นๆได้ สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักเร่งด่วน เน้นย้ำว่าต้องไม่เป็นเมนูอาหารที่ไม่ผ่านการ ทอด การชุบแป้ง แต่ต้องเป็นเมนูอาหารที่ใช้กรรมวิธีการปิ้ง นิ่ง ย่าง เท่านั้น หากต้องการลดความอ้วนให้ได้ผลจนมีหุ่นดี ต้องปฏิบัติตามนี้ เมนูอาหารมาให้เพื่อนๆได้เลือกแล้ว หวังว่าจะเป็นรับประโยชน์ต่อผู้อ่านมากที่สุด

เทศกาลสิ้นปี-วันปีใหม่ ของชาวญี่ปุ่น

%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88

 

คืนก่อนวันปีใหม่ หรือวันสิ้นปี

ในช่วงข้ามปีในคืนที่ 31 ธันวาคม เรียกว่า “โอมิโซกะ” นี้ ชาวญี่ปุ่นจะนิยมทำความสะอาดบ้านครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อตอนรับสิ่งดีๆ ในปีที่กำลังจะมาถึง แต่ละบ้านจะจัดเตรียมอาหารอย่างอุดมสมบูรณ์เตรียมร่วมฉลองวันปีใหม่กับสมาชิกในครอบครัว และจะนิยมรับประทาน “โทชิโคชิโซบะ” เพื่อขอให้มีชีวิตที่ยืนยาว ตกเวลากลางคืนจะพร้อมใจกันฟังเสียงระฆังโจยะ โนะคาเนะ (Jyoyo no kane) จากวัดที่มีชื่อเสียงทั่วประเทศซึ่งจะมีการถ่ายทอดทางสถานที่โทรทัศน์และวิทยุ พระจะผลัดกันตีระฆังในวัดให้ครบ 108 ครั้ง ถือเป็นการขับไล่กิเลสชั่วร้าย 108 อย่างที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ เพื่อจะได้ต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ด้วยจิตอันบริสุทธิ์ ซึ่งในวันนี้ชาวญี่ปุ่นนิยมเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อลบล้างสิ่งไม่ดีทั้งหลาย เช่น

การตีระฆังวันสิ้นปี (โจยาโนะ คาเนะ) : คืนก่อนวันขึ้นปีใหม่ ตามวัดทั้งประเทศญี่ปุ่นจะมีพิธีการตีระฆังเป็นจำนวน 108 ครั้ง เนื่องจากคำสั่งสอนในศาสนาพุทธนั้น มนุษย์มีบาป 108 ชนิด เชื่อว่าการตีระฆังจะช่วยล้างบาปได้ เมื่อสิ้นเสียงของระฆังครั้งสุดท้ายโลกจะเปลี่ยนใหม่ มนุษย์มีอิสระที่จะเริ่มปีใหม่ด้วยสภาพที่ใสสะอาด

การนวดแป้ง (โมจิซึคิ) :โมจิเป็นอาหารตามประเพณีวันปีใหม่ในอดีต จะมีการทำขนมนี้กันทุกบ้าน ปัจจุบันยังคงมีหลายครอบครัวที่ยังคงนิยมทำขนมชนิดนี้

ของขวัญสิ้นปี(เซอิโบ) : เป็นประเพณีการให้ของขวัญวันสิ้นปีเพื่อแสดงการขอบคุณแก่ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ และให้การบริการ ยังมีช่วงเวลาที่ชาวญี่ปุ่นนิยมให้ของขวัญในช่วงเดือนกรกฎาคม เรียกว่า “โอจูเกง” (ของขวัญกลางปี)

วันปีใหม่

– แสงของดวงอาทิตย์ในวันปีใหม่ (อาซึฮิโนเด้)

– การไปวัดครั้งแรกของปี (ฮาซึโมเด้)

– อาหารวันขึ้นปีใหม่ (โอเซจิ เรียวหริ)

– เงินในรูปของขวัญ (โอโทชิดามะ)